วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 




ภาษาโปรแกรม Python คืออะไร?
ภาษาโปรแกรม Python คือภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระดับสูง โดยถูกออกแบบมาให้เป็นภาษาสคริปต์ที่อ่านง่าย  โดยตัดความซับซ้อนของโครงสร้างและไวยกรณ์ของภาษาออกไป ในส่วนของการแปลงชุดคำสั่งที่เราเขียนให้เป็นภาษาเครื่อง Python มีการทำงานแบบ Interpreter คือเป็นการแปลชุดคำสั่งทีละบรรทัด เพื่อป้อนเข้าสู่หน่วยประมวลผลให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการนอกจากนั้นภาษาโปรแกรม Python ยังสามารถนำไปใช้ในการเขียนโปรแกรมได้หลากหลายประเภท โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานเฉพาะทางใดทางหนึ่ง (General-purpose language) จึงทำให้มีการนำไปใช้กันแพร่หลายในหลายองค์กรใหญ่ระดับโลก เช่น Google, YouTube, Instagram, Dropbox และ NASA เป็นต้น 

ประวัติของภาษาโปรแกรม Python




ภาษาโปรแกรม Python ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคมปี 1989 โดยนาย Guido van Rossum โปรแกรมเมอร์ชาวดัตช์ ในตอนนั้นทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยแห่งชาติ Centrum Wiskunde & Informatica (CWI) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลานั้น Guido ต้องพัฒนาโปรแกรมสำหรับผู้ดูแลระบบ เพื่อใช้ในโครงการ Amoeba ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแบบกระจาย (Distributed operating system) อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าภาษาโปรแกรม ABC, C  และ Bourne shell มีข้อจำกัดมากมาย  ทั้งเรื่องใช้เวลาในการพัฒนานานมากและไม่สามารถตอบโจทย์หลายประการ ดังนั้น Guido จึงได้ตัดสินใจเริ่มพัฒนาภาษาโปรแกรมระดับสูงขึ้นมาใหม่เพื่อใช้งานเองเป็นงานอดิเรก โดยนำเอาสิ่งที่ชอบในภาษา ABC มาพัฒนาลงไปในภาษาโปรแกรม Python รวมถึงได้พัฒนาส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้าไป และในเวลาต่อมาจึงได้เผยแพร่ Python 1.0 เวอร์ชันแรกในปี 1994 หากเทียบกับภาษา Java ที่ได้ทำการเผยแพร่เวอร์ชันแรกในปี 1996 จะเห็นได้ว่าภาษา Python มีอายุมากกว่าภาษา Java ถึง 2 ปี

ความง่ายของภาษา Python

เมื่อเปรียบเทียบ Python กับภาษาอื่นๆอย่างเช่น Java ถือว่า Python เป็นภาษาที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้ เป็นการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming) ที่มีการใช้งานง่ายประกอบกับมีตัวแปรและ ไวยากรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้ตีความกระชับและง่ายกว่า แถมการใช้ code และการเขียน script ก็สั้น จนสามารถประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆในการเขียนภาษาโปรแกรมนี้กัน เมื่อคุณอยากเขียนโปรแกรมง่ายๆให้มีการแสดงออกมาทางหน้าจอว่า “hello world!”

เป็นภาษาที่ความต้องการสูงในตลาดเเรงงาน

ในยุค Double Disruption หรือ ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงแบบนี้ สกิลที่จะเข้าไปเสริมความแข็งแกร่งและเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานได้อย่างง่ายดายนั่นคือการเขียนโปรแกรม ก้าวแรกของการเรียน Python ถือเป็นการอัปเกรดสกิลในตัวคุณเองได้ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นงานในสาย Data science และ Machine learning รวมไปถึงองค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง Netflix, Uber, Instragram และ Spotify ก็ยังนำภาษา Python ไปใช้สร้างแอพลิเคชันของตัวเองด้วย และด้วยความที่ Python เป็นภาษาที่สามารถใช้ได้หลายอย่าง จึงง่ายในการปรับและ นำไปใช้จริงในบริษัทต่างๆ

มีความสามารถในการใช้ได้หลายเเพลตฟอร์ม

ภาษาโปรแกรมนี้เองก็ยังสามารถใช้ได้หลากหลาย Platform ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น Microsift Windows, Unix, Linux และ Mac Os เป็นต้น ดังนั้นขอบเขตของการพัฒนาโปรแกรมจึงกว้าง ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากและถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างที่เราพอจะรู้จักอย่างเช่น เกมส์ The Sims 4 ที่ นำ Python ไปสร้าง mod หรือนอกเหนือจากการพัฒนาในด้าน Data Science แล้วก็ยังถูกใช้ในเรื่องของ AI ที่วิเคราะห์รูปภาพต่างๆ ด้วย

มี Community ใหญ่ Library เยอะมาก 

เนื่องจากเป็นภาษาโปรแกรมที่ได้รับความนิยมทั่วทุกมุมโลกเกิดผู้ใช้งาน Python เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้พัฒนา Library ขึ้นมาแบ่งปันให้ได้นำไปใช้งานอย่างต่อเนื่อง รวมไป ถึงการติดขัดปัญหาตรงไหนก็ยังสามารถสอบถามหรือหาข้อมูลคำตอบได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

สามารถปรับเข้ากับศาสตร์อื่นได้ง่ายอีกด้วยนะ

ด้วยความสามารถของ Python ที่สามารถประมวลผลและถ่ายทอดงานที่ซับซ้อนออกมาได้เป็นอย่างดี และยังมี Library ที่สนับสนุนอยู่มาก จึงเป็นภาษาที่คนส่วนใหญ่นิยมนำไปประยุกต์ใช้กับศาสตร์แขนงอื่นๆได้อย่างง่ายดาย เช่น Machine learning Project อย่างการสร้าง emoji หน้าตัวเองด้วย Python หรือการ run code AI ก็จะมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น รวมไปถึงการนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล Python ก็สามารถเป็นเครื่องมือหลักในการตอบคำถามต่างๆออกมาได้อย่างง่ายดายเลย

Python มีการใช้งานอย่างไร

การพัฒนาเว็บฝั่งเซิร์ฟเวอร์

การพัฒนาเว็บฝั่งเซิร์ฟเวอร์ประกอบด้วยฟังก์ชันแบ็คเอนด์ที่ซับซ้อนซึ่งเว็บไซต์ดำเนินการเพื่อแสดงข้อมูลต่อผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ต้องโต้ตอบกับฐานข้อมูล สื่อสารกับเว็บไซต์อื่น และปกป้องข้อมูลเมื่อส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย 
Python มีประโยชน์สำหรับการเขียนโค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากมีไลบรารีจำนวนมากที่ประกอบด้วยโค้ดที่เขียนไว้ล่วงหน้าสำหรับฟังก์ชันแบ็คเอนด์ที่ซับซ้อน นักพัฒนายังใช้เฟรมเวิร์ก Python ที่หลากหลายซึ่งมีเครื่องมือที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อสร้างเว็บแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาสามารถสร้างโครงสร้างเว็บแอปพลิเคชันได้ภายในไม่กี่วินาที เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด จากนั้นนักพัฒนาสามารถทดสอบได้โดยใช้เครื่องมือทดสอบของเฟรมเวิร์ก โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือทดสอบภายนอก

ระบบอัตโนมัติด้วยสคริปต์ Python

ภาษาการเขียนสคริปต์คือภาษาการเขียนโปรแกรมที่ทำให้งานที่มนุษย์ทำตามปกติเป็นไปโดยอัตโนมัติ โปรแกรมเมอร์จึงใช้สคริปต์ Python อย่างแพร่หลายเพื่อทำให้งานประจำวันหลายอย่างดังต่อไปนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติ:

การเปลี่ยนชื่อไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน
การแปลงไฟล์เป็นไฟล์ประเภทอื่น
การลบคำที่ซ้ำกันในไฟล์ข้อความ
การดำเนินการทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน
การส่งข้อความอีเมล
การดาวน์โหลดเนื้อหา
การดำเนินการวิเคราะห์บันทึกพื้นฐาน
การค้นหาข้อผิดพลาดในหลายไฟล์

วิทยาศาสตร์ข้อมูลและแมชชีนเลิร์นนิง

วิทยาศาสตร์ข้อมูลดึงความรู้อันมีคุณค่าจากข้อมูล และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) จะสอนคอมพิวเตอร์ให้เรียนรู้จากข้อมูลโดยอัตโนมัติและทำนายได้อย่างแม่นยำ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลใช้ Python สำหรับงานด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.การแก้ไขและลบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเรียกว่าการทำความสะอาดข้อมูล 
2.การแยกและเลือกคุณสมบัติต่างๆ ของข้อมูล
3.การระบุประเภทข้อมูล ซึ่งเป็นการเพิ่มชื่อที่มีความหมายสำหรับข้อมูล
4.การค้นหาสถิติต่างๆ จากข้อมูล
5.การแสดงข้อมูลด้วยภาพโดยใช้แผนภูมิและกราฟ เช่น แผนภูมิเส้น กราฟแท่ง ฮิสโทแกรม และแผนภูมิวงกลม

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลใช้ไลบรารี Python ML เพื่อฝึกฝนโมเดล ML และสร้างตัวจำแนกที่จำแนกประเภทข้อมูลได้อย่างแม่นยำ บุคคลในแวดวงต่างๆ ใช้ตัวจำแนกแบบ Python เพื่อทำงานด้านการจำแนกประเภท เช่น การจำแนกประเภทรูปภาพ ข้อความ และการรับส่งข้อมูลทางเครือข่าย การรู้จำเสียง และการจดจำใบหน้า นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลยังใช้ Python สำหรับดีปเลิร์นนิ่ง ซึ่งเป็นเทคนิค ML ขั้นสูง

การพัฒนาซอฟต์แวร์

นักพัฒนาซอฟต์แวร์มักใช้ Python สำหรับงานด้านการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ ดังนี้:

การติดตามบักในโค้ดของซอฟต์แวร์
การสร้างซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติ
การดูแลการจัดการโครงการด้วยซอฟต์แวร์
การพัฒนาต้นแบบซอฟต์แวร์
การพัฒนาแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปโดยใช้ไลบรารีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก (Graphical User Interface หรือ GUI)
การพัฒนาเกมที่ใช้ข้อความแบบง่ายๆ ไปจนถึงวิดีโอเกมที่ซับซ้อนมากขึ้น
ระบบทดสอบซอฟตเเวร์อัตโนมัติ
การทดสอบซอฟต์แวร์เป็นกระบวนการตรวจสอบว่าผลลัพธ์จริงจากซอฟต์แวร์ตรงกับผลลัพธ์ที่คาดหวังหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ไม่มีข้อผิดพลาด 
โดยนักพัฒนาใช้เฟรมเวิร์กการทดสอบหน่วย Python เช่น Unittest, Robot และ PyUnit เพื่อทดสอบการทำงานที่เขียนขึ้น 
ผู้ทดสอบซอฟต์แวร์ใช้ Python เพื่อเขียนกรณีที่ใช้ในการทดสอบสำหรับสถานการณ์การทดสอบต่างๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ทดสอบใช้เพื่อทดสอบอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของเว็บแอปพลิเคชัน ส่วนประกอบซอฟต์แวร์หลายตัว และคุณสมบัติใหม่ 
นักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือหลายอย่างเพื่อเรียกใช้สคริปต์ทดสอบได้โดยอัตโนมัติ โดยเครื่องมือเหล่านี้เรียกว่าเครื่องมือรวบรวม/ปรับใช้อัตโนมัติ (Continuous Integration/Continuous Deployment หรือ CI/CD) ทั้งนี้ผู้ทดสอบและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้เครื่องมือ CI/CD เช่น Travis CI และ Jenkins เพื่อทำให้การทดสอบเป็นไปโดยอัตโนมัติ เครื่องมือ CI/CD จะเรียกใช้สคริปต์ทดสอบ Python โดยอัตโนมัติ และรายงานผลการทดสอบทุกครั้งที่นักพัฒนานำการเปลี่ยนแปลงโค้ดใหม่มาใช้

Python มีคุณสมบัติใดบ้าง
คุณสมบัติต่อไปนี้ทำให้ภาษาการเขียนโปรแกรม Python มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร:
ภาษาที่แปลผลแล้ว
Python เป็นภาษาที่แปลผลแล้ว ซึ่งหมายความว่าสามารถเรียกใช้โค้ดทีละบรรทัดได้โดยตรง หากมีข้อผิดพลาดในโค้ดโปรแกรม ก็จะหยุดทำงานทันที ดังนั้นโปรแกรมเมอร์จึงสามารถค้นหาข้อผิดพลาดในโค้ดได้อย่างรวดเร็ว

ภาษาที่ใช้งานง่าย
Python ใช้คำที่เหมือนในภาษาอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากภาษาการเขียนโปรแกรมอื่นๆ เนื่องจาก Python ไม่ใช้วงเล็บปีกกา แต่จะใช้การเยื้องแทน 

ภาษาที่ระบุประเภทแบบไดนามิก
โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องระบุประเภทตัวแปรเมื่อเขียนโค้ดเนื่องจาก Python จะกำหนดไว้ที่รันไทม์ ด้วยเหตุนี้ คุณจึงสามารถเขียนโปรแกรม Python ได้รวดเร็วขึ้น

ภาษาระดับสูง
Python มีความใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากกว่าภาษาการเขียนโปรแกรมอื่นๆ ดังนั้นโปรแกรมเมอร์จึงไม่ต้องกังวลกับฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรมและการจัดการหน่วยความจำ

ภาษาเชิงอ็อบเจกต์
Python ถือว่าทุกสิ่งเป็นอ็อบเจกต์ แต่ก็ยังรองรับการเขียนโปรแกรมประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้างและเชิงฟังก์ชัน

ข้อมูลอ้างอิง
https://blog.skooldio.com/what-is-python/
https://aws.amazon.com/th/what-is/python/

 

















 




PHP คืออะไร

PHP ย่อมาจาก PHP Hypertext Preprocessor แต่เดิมย่อมาจาก Personal Home Page Tools

PHP คือภาษาคอมพิวเตอร์จำพวก scripting language ภาษาจำพวกนี้คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่า script และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปรชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาเพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถสอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language นั้นคือในทุกๆ ครั้งก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งให้บริการเป็น Web server จะส่งหน้าเว็บเพจที่เขียนด้วย PHP ให้เรามันจะทำการประมวลผลตามคำสั่งที่มีอยู่ให้เสร็จเสียก่อนแล้วจึงค่อยส่งผลลัพธ์ที่ได้ให้เราผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็คือเว็บเพจที่เราเห็นนั่นเองครับ 


ที่มาของภาษา PHP

PHP เป็นผลงานที่เติบโตมาจากกลุ่มของนักพัฒนาในเชิงเปิดเผยรหัสต้นฉบับ หรือ OpenSource ดังนั้น PHP จึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ Apache Web server ระบบปฏิบัติอย่างเช่น Linuxหรือ FreeBSD เป็นต้น ในปัจจุบัน PHP สามารถใช้ร่วมกับ Web Server หลายๆตัวบนระบบปฏิบัติการอย่างเช่น Windows 95/98/NT เป็นต้น


ลักษณะเด่นของภาษา PHP
 
1.ใช้ได้ฟรี
 2.PHP เป็นโปร แกรมวิ่งข้าง Sever ดังนั้นขีดความสามารถไม่จำกัด
 3.Conlatfun นั่นคือPHP วิ่งบนเครื่อง UNIX,Linux,Windows ได้หมด
 4.เรียนรู้ง่าย เนืองจาก PHP ฝั่งเข้าไปใน HTML และใช้โครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาง่ายๆ
 5.เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมือใช้กับ Apach Xerve เพราะไม่ต้องใช้โปรแกรมจากภายนอก
 6.ใช้ร่วมกับ XML ได้ทันที
 7.ใช้กับระบบแฟ้มข้อมูลได้
 8.ใช้กับข้อมูลตัวอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 9.ใช้กับโครงสร้างข้อมูล แบบ Scalar,Array,Associative array
10.ใช้กับการประมวลผลภาพได้


ประวัติความเป็นมาของภาษา

การพัฒนาของภาษา PHP นั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 1995 เมื่อ Rasmus Lerdorf ได้เขียนโปรแกรม Common Gateway Interface (CGI) ในภาษา C หลายโปรแกรม ซึ่งเขาใช้มันสำหรับดูแลหน้าเว็บเพจของเขา เขาตั้งใจให้มันทำงานกับเว็บฟอร์ม และติดต่อกับฐานข้อมูล และเรียกการพัฒนานี้ว่า "Personal Home Page/Forms Interpreter" หรือ PHP/FI ซึ่ง PHP/FI สามารถช่วยสร้างหน้าไดนามิกส์เว็บแอพพลิเคชันอย่างง่ายเพื่อเพิ่มความสามารถในการรายงานปัญหาเพื่อปรับปรุ่งโค้ด
Lerdorf ได้ประเภทเผยแพร่ PHP ครั้งแรกเป็น "Personal Home Page Tools (PHP Tools) version 1.0" ใน June 8, 1995 โดยการเผยแพร่ในครั้งนี้มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานที่มีในภาษา PHP จนถึงปี 2013 ที่ประกอบไปด้วย Perl-like variables การควบคุมฟอร์ม และความสามารถในการผังใน HTML
Rasmus Lerdorf นั้นไม่ได้ตั้งใจให้ PHP มาเป็นภาษาเขียนโปรแกรมใหม่ แต่มันเติบโตและเผยแพร่อย่างรวดเร็ว เขาได้กล่าวว่า "ฉันไม่รู้จะหยุดมันยังไง มันสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจที่จะเขียนภาษาใหม่ ฉันไม่รู้วิธีเขียนภาษาหนุ่งขึ้นมาใหม่จริงๆ ในตอนนี้ฉันเพียงแค่ทำมันต่อไปให้ดีที่สุด" กลุ่มนักพัฒนาเริ่มต้นในการพัฒนาฟอร์ม หลังจากทดสอบจากนั้น 1 เดือน เวอร์ชันเบต้า PHP/FI 2 ได้เผยแพร่ใน November 1997 ซึ่งในปัจจุบันภาษา PHP นั้นเป็นเวอร์ชัน 7.0 ซึ่งถูกเผยแพร่ใน December 2, 2016 นั้นเองครับ



หลักการทำงานของเว็บเพจเเละไฟล์ PHP

สำหรับไฟล์เว็บเพจที่มีภาษา PHP รวมอยู่ด้วยนั้น เมื่อเราเปิดเว็บบราวเซอร์ที่มีไฟล์ PHP ขึ้นมาเเล้วระบบจะทำงานได้ดังนี้


1. โปรแกรมเว็บบราวเซอร์จะมีการร้องขอไฟล์ PHP ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์

2. เครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็จะเรียก PHP engine ขึ้นมาแปลไฟล์ PHP

3. ติดต่อกับฐานข้อมูล

4. ส่งผลลัพธ์ที่ได้จากการแปลและประมวลผลเป็นภาษา HTML ทั้งหมดกลับไปยังเว็บบราวเซอร์

PHP สามารถทำอะไรได้บ้าง
PHP สามารถทำงานในสิ่งที่โปรแกรม CGI สามารถทำได้และทำได้มากกว่าด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเก็บข้อมูล การสร้างหน้าเนื้อหาที่เป็นลักษณะไดนามิค การส่งและรับคุกกี้ เป็นต้น
สคริปต์ของ PHP จะถูกใช้งานใน 3 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่
1.สคริปต์ PHP ที่เซิฟเวอร์ (Server-side scripting) เป็นลักษณะการเขียนโค้ดรูปแบบการใช้งานดั้งเดิมและนิยมใช้กัน โดยจะต้องมีส่วนประกอบ 3 ส่วนได้แก่ PHP parser, เว็บเซิฟเวอร์และเว็บเบราเซอร์ โค้ดจะทำการประมวลผลที่เซิฟเวอร์และแสดงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
2.สคริปต์แบบคอมมานไลน์ (Command line scripting) เป็นลักษณะการเขียนโค้ดที่ไม่จำเป็นต้องมีเซิฟเวอร์หรือเบราเซอร์ในการใช้งาน ใช้เพียง PHP parser
3.การเขียนแอพพลิเคชั่นสำหรับคอมพิวเตอร์ (Writing desktop applications) เหมาะกับโปรแกรมเมอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้งาน PHP และต้องการใช้งานฟีเจอร์ PHP ขั้นสูง

สรุปนะครับ
เว็บไซต์ต่างๆได้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น การบริการข่าวสารข้อมูลที่ทันสมัย เป็นสื่อกลางในการติดต่อ และสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติรูปแบบการขายของก็คือ E-Commerce ซึ่งเจ้าของสินค้าต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีร้านค้าจริงและไม่จำเป็นต้องจ้างคนขายของอีกต่อไป ร้านค้าและตัวสินค้านั้น จะไปปรากฏอยู่บนเว็บไซต์แทน และการซื้อขายก็เกิดขึ้นบนโลกของ Internet แล้ว PHP ช่วยเราให้เป็นเจ้าของร้านบน Internet และ PHP เป็นภาษาสคริปต์ที่มีความสามารถสูง สำหรับการพัฒนา Web Site และความสามารถที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งของ PHP คือ database enabled webpage ทำให้เอกสารของ HTML สามารถที่จะเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จึงทำให้ความต้องการในเรื่องการจัดรายการสินค้าและรับรายการสั่งของตลอดจนการจัดเก็บข้อมูลต่างๆที่สำคัญผ่านทาง Internet เป็นไปได้อย่างง่ายดาย


ข้อมูลอ้างอิง

PHP คืออะไร ?, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://zixzax.net/web-development/what-is-php/

ภาษาพีเอชพี(PHP) คืออะไร, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://www.programmerthailand.com/blog/post/view?id=4

ไฟล์ PHP คืออะไร (และฉันจะเปิดหนึ่งไฟล์) ได้อย่างไร?, [ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://th.phhsnews.com/articles/howto/what-is-a-php-file-and-how-do-i-open-one.html

https://www.mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2127-php-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B5

https://sites.google.com/site/kanpattanawebdouypasapeaspe/bth-reiyn/bth-thi-1-thakhwam-rucak-kab-php/php-khux-xari





 

  ภาษาโปรแกรม Python คืออะไร? ภาษาโปรแกรม Python คือภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระดับสูง โดยถูกออกแบบมาให้เป็นภาษาสคริปต์ที่อ่านง่าย  โดยตัดความซั...